

มื่อปลายปีที่แล้วหลังจากที่ผมทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมรีบตามไปสมทบกับคุณพ่อของผมที่อำเภอขลุง เมืองจันทบุรี ซึ่งคุณพ่อไปเที่ยวตลาด กินไก่ย่าง กินอะไรหลาย ๆ อย่างเต็มไปหมดเลย เมื่อชิมพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็มารอผมอยู่ เมื่อมาเจอกันก็รอเรือให้มารับเพื่อไปกินอาหารกัน
ร้านที่ไปนั้น ชื่อว่าร้านฟาร์มปูนิ่ม ฟิชชิ่งปาร์ค ซึ่งเป็นฟาร์มปูนิ่มที่ผมเคยมาดูและได้ถ่ายทำรายการโทรทัศน์เรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่ได้มา เป็นการมากินข้าวกับคุณพ่อ เพราะได้ยินข่าวมาว่าอาหารของเขาอร่อย แต่ผมก็ไม่แน่ใจ ไปก็ไป เพราะว่าอยากจะไปอยู่แล้ว
ขึ้นเรือไปชมวิวทิวทัศน์ บรรยากาศดีมากเลยครับ ตอนที่ผมไปกำลังจะมืดแล้ว ทำให้อากาศไม่ร้อน เย็นสบาย นั่งเรือไปเรื่อย ๆ สนุกดีครับ คุณพ่อก็ได้ผ่อนคลาย พอไปถึง เจ้าของร้านดีอกดีใจใหญ่ที่ คุณพ่อมาทานข้าวที่ร้าน ทุกสิ่งทุกอย่างสดหมดเลยครับ
ผมเกิดอยากกิน หอยนางรมสด กับเครื่องเคียงต่าง ๆ ขึ้นมา ซึ่งเขาก็เอามาให้กินระหว่างที่เรากำลังรอสั่งอาหารอยู่ โดยหอยนางรมของเขานั้นไม่ใช่หอยนางรมที่มาจาก จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เป็นหอยตัวใหญ่ ๆ แต่เป็นหอยตัวเล็ก ๆ ซึ่งมีความหวานมากเลยครับ เขาแกะกันตรงนั้นเลย ทำให้มีน้ำที่มาจากการแกะสด ๆ ใส่มาด้วย จึงได้ความหวานและความเค็มของทะเลอยู่ในนั้น กินกับเครื่องเคียงของหอยซึ่งเป็นเครื่องเคียงแบบไทยโบราณครับ อร่อยมาก
หลังจากนั้น เราจะสั่งอาหารกัน แต่ที่ร้านบอกว่าไม่ให้สั่ง เพราะเขาจะจัดอาหารมาให้กินเอง ไม่นานนักอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ สิ่งแรกที่มา คือ ข้าวสวยกับปลาดุกผัดฉ่า ปลาดุกของเขาเป็นปลาดุกทะเลนะครับ เขาผัดฉ่าได้อร่อยมาก เข้มข้น ไม่เผ็ดจนเกินไป ผัดได้หอมมาก เนื้อปลากำลังสุกพอดี ไม่แห้งเลยครับ ซึ่ง เขาไม่ได้เอาไปทอดก่อนนะครับ แต่ใช้วิธีผัดกับเครื่องเลย ผม นั่งรออยู่แต่กลิ่นโชยมาถึงผมเลยครับ ทำให้ผมกินแบบไม่สนใจใคร พ่อเลยบอกผมว่าให้ยั้ง ๆ ไว้บ้าง เพราะเดี๋ยวมีอะไรมาอีกหลายอย่างจะกินไม่ไหว
จากนั้น มี ต้มส้ม มาช่วยล้างคอ เขาทำแบบชาวบ้านซึ่งจะไม่เปรี้ยวและไม่หวานเหมือนในกรุงเทพฯ ที่เขาทำกัน โดยเขาจะใช้ตับปลาและพุงปลาทำ อร่อยมากครับ เอามาใส่ในน้ำซุปเพราะตับปลาก็ดี พุงปลาก็ดี ที่อยู่ในแกงต้มส้มจะมีความหอม อร่อย ผมกินเข้าไปแล้วติดใจ จึงกินเข้าไปอีก 3 ถ้วย แต่เป็นถ้วยเล็ก ๆ นะครับ
คนอื่นเขาคงมองว่าทำไมถึงได้ตะกละอย่างนี้ นั่นเป็นเพราะว่าผมกำลังจะไปเมืองนอกหลังจากนี้อีกไม่นาน จึง ต้องเก็บความอร่อยไว้มาก ๆ ไปเมืองนอกคงไม่ได้กินของ อร่อย ๆ อย่างนี้
ต่อมา เขาก็มีอาหารทยอยมาให้กินเป็น ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย เป็น ปูนิ่มที่ตัวใหญ่มากครับ กรอบ นอกนุ่มใน หอม น่ากินมาก
เขาเอา หอยแครงลวกมาให้กินอีก เลือดยังซิบ ๆ อยู่เลยครับ ผมกินเข้าไปสักประมาณ 20 ตัวเห็นจะได้ จิ้มกินกับน้ำจิ้มของเขา สุดยอดจริง ๆ ครับ อร่อยมาก มีทั้ง ความเค็ม ความเปรี้ยว รวมทั้ง เผ็ด และมีความหวานนิด ๆไม่มากจนเกินไป หอมด้วยครับ โดยมากแล้วผมจะเจอ แต่น้ำจิ้มซีฟู้ดที่ใส่น้ำตาลมากเกินไปทำให้เลี่ยน ควรจะใส่นิดเดียวพอให้มีความรู้สึกว่าออกรสหวานนิด ๆ เพื่อสร้างความกลมกล่อมเท่านั้นเอง
ยังไม่หมด มี ปลาทอดน้ำปลา ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีตัวใหญ่เชียวครับ กินกันไม่หวาดไม่ไหว มาพร้อมกับ ยำมะม่วง เขาทอดปลาได้ดีครับ เนื้อยังฟูอยู่เลย ตามมาด้วย กุ้งเผา อีกทั้ง ยำกั้งทะเลสด และยังมีอาหารที่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย เป็นอาหารที่คุณพ่อไปซื้อมาให้กินเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นไก่ย่างที่ตลาดของขลุง อร่อยมาก ๆ ครับ เรากินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ต้องเรียนให้เพื่อน ๆ ทราบว่าคุ้มค่าที่ขึ้นเรือไปกิน บรรยากาศดี อาหารอร่อยครับ.
กล้วยบวชชีแห้งกับไอศกรีมกะทิสด
เครื่องปรุง
- น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
- เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
- หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
- มะพร้าวทึนทึก 1/4 ถ้วยตวง
ขูดเป็นเส้น
- กล้วยสุกกะเหรี่ยง 4 ลูก
หั่นเป็นชิ้นพอคำ
- ไอศกรีมกะทิสด พอประมาณ
- เม็ดมะม่วงหิมพานต์ พอประมาณ
ทอดบดหยาบ
- ใบสะระแหน่ สำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
1.นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำตาลทราย และเกลือป่นลงไปผสมกัน
2.ตั้งไฟให้ร้อนจนกระทั่งน้ำตาลละลาย เป็นน้ำตาลไหม้
3.ใส่หัวกะทิลงไป คนให้เข้ากัน
4.ใส่มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น กล้วยกะเหรี่ยงหั่นเป็นชิ้นพอคำ ลงผัดให้เข้ากัน ปิดไฟ ยกออกจากเตา
5.ตักไอศกรีมกะทิสดใส่ถ้วย แล้วตักกล้วยที่ผัดไว้ราดไปบนไอศกรีม โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดบดหยาบ และ ใบสะระแหน่ เสิร์ฟทันที.




























